E-mail:
Password:
[ สมัครสมาชิกใหม่ ]


ตะกร้าสินค้า
Gallery รวมภาพ
ซีรี่ย์เกาหลี
ละครไทย หนังไทย
ละครไทย ซิทคอม
ละครสั้น
ซีรีย์ญี่ปุ่น
ซีรีย์ฝรั่ง
ละครจีนชุด หนังจีน
ซีรีย์จีน-ไต้หวัน
ละครอินเดีย
Idol
เกมส์โชว์ (ไทย)
เกมส์โชว์ (ญี่ปุ่น)
ทอลค์โชว์
เรียลลิตี้โชว์ (เอเชีย)
เรียลลิตี้โชว์ (ตะวันตก)
สารคดี
การ์ตูน
สื่อการเรียนรู้
อาหารเสริม
mm




Online: 11 user(s)


[ Banner ]



ค้นหาสินค้า :
หมวด: ละครไทยเก่า / ละครไทย คนเริงเมือง (ใหม่ เจริญปุระ)


ชื่อสินค้า :ละครไทย คนเริงเมือง (ใหม่ เจริญปุระ)
ภาษา :ไทย
รายละเอียด :

คนเริงเมือง โดย สุวรรณี สุคนธา

ชื่อเรื่อง: อีพริ้ง  คนเริงเมือง
ผู้แต่ง: สุวรรณี สุคนธา
สำนักพิมพ์: ดอกหญ้า

นิยายเรื่องนี้ หลายคนคงจะรู้จักกันในชื่อ "อีพริ้ง คนเริงเมือง" มากกว่า ด้วยว่าเป็นชื่อที่ผู้จัดละคร และผู้สร้างภาพยนตร์ใช้แทนชื่อเรื่องจริงของนิยายที่มีแค่ว่า "คนเริงเมือง"

ตัวเอกในเรื่องนี้ ก็คือ "พริ้ง" หรือ "อีพริ้ง" นี่เอง หลายคนคงเคยได้ดูละคร หรือภาพยนตร์มากันบ้างแล้ว สมัยเราเด็กๆ จำได้ว่าเคยดูหนังเรื่องนี้ทางโทรทัศน์ หลังจากที่หนังลาโรงไปนานแล้ว ฉบับหนังไทยนั้น แสดงโดยวิยะดา อุมารินทร์ กำกับการแสดงโดย ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล (ท่านมุ้ย) แต่จำเรื่องไม่ได้แล้วล่ะ จำได้แต่ใบหน้าของคุณวิยะดา อุมารินทร์ (ซึ่งก็จำได้แบบลางเลือนเต็มที ฮ่าๆ) ทราบมาว่าฉบับละคร บทของพริ้ง แสดงโดยใหม่ เจริญปุระ เราไม่เคยดู ดังนั้นตอนอ่านเรื่องนี้ ก็เลยอ่านได้อย่างสบายอารมณ์ เพราะไม่รู้ว่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างไร

เล่าเรื่องโดยย่อ นิยายเรื่องนี้ย้อนไปในสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองเล็กน้อย ตัวเอก "พริ้ง" เป็นคนสวยพริ้งสมชื่อ พ่อแม่ตายไปตอนเด็กๆ ก็อยู่กับพี่สาวคนโต ซึ่งคอยดุด่า และเฆี่ยนตีพริ้งตลอด จนกระทั่งคุณประเทียบ ซึ่งเป็นมีศักดิ์เป็นภรรยาของญาติห่างๆของพริ้ง ไปพบแล้วสงสารจึงขอมาเลี้ยง คุณประเทียบเป็นสตรีไทยโบราณ ที่ใส่ใจเรื่องการบ้านการเรือน ก็พยายามอบรมสั่งสอนพริ้งให้เป็นกุลสตรีไทย แต่...สอนเท่าไร คนอย่างพริ้งก็ไม่เคยสนใจ พูดว่าอะไร พริ้งก็ฟังไปตามแกนแต่ไม่เคยจำ

พอพริ้งเข้ารุ่นสาว แววความงามก็เริ่มปรากฏ พริ้งชอบชม้ายชายตาให้หนุ่มๆในละแวกบ้าน หลงเสน่ห์เล่น เป็นความสุขอย่างหนึ่งของพริ้ง เพราะพริ้งชอบให้มีคนรัก คนชอบ (ตามประสาคนมีปม) จนคุณประเทียบ ร้อนใจกลัวว่า พริ้งจะนำความอับอายขายหน้ามาให้ด้วยเรื่องของผู้ชาย คุณประเทียบเลยยกพริ้งให้แต่งงานกับคุณหมอพินิจ ซึ่งเทียวไปเทียวมาที่บ้าน ด้วยมนตร์เสน่ห์อยู่เป็นนาน พริ้งได้สามีคนแรก ตอนอายุ 16 นี่เอง สามีคนแรกแก่กว่าพริ้งถึง 20 ปี

ชีวิตหลังแต่งงานของพริ้งไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะแม่สามีไม่ชอบความประพฤติของลูกสะใภ้วัยละอ่อนเท่าไร อีกทั้งลูกสะให้คนนี้ก็ไม่ใช่กุลสตรี อดทนอดกลั้น แบบหญิงไทยที่ยอมทนให้แม่ผัวโขกสับ พริ้งปากกล้า ต่อล้อต่อเถียงแม่ผัวไม่มีเกรงกลัว อยู่ไปหนักข้อ ข่มสามีได้อีก คนที่น่าสงสารที่สุดก็คุณหมอพินิจนี่ละ แรกๆ ชีวิตก็ทำท่าจะดี แต่พออยู่ไปนานเข้า คุณเมียก็มีแต่เรื่องปวดหัวมาให้จนกระทั่งหมอเส้นโลหิตในสมองแตกตาย โดยทิ้งลูกในท้องไว้ให้พริ้งคนหนึ่ง

หลังคุณหมอพินิจตายได้ไม่นาน พริ้งก็กลับไปเป็นพริ้งที่ร่าเริงเหมือนเก่า ในตอนนี้พริ้งได้รู้จักหมอประสาน ซึ่งเป็นเพื่อนของหมอพินิจ หมอประสานก็มาตกบ่วงเสน่ห์ของพริ้งอีกคน คำโบราณที่ว่าให้ระวังชายสามโบสถ์ หญิงสามผัวไม่ได้ทำให้พริ้งยี่หระ หล่อนไม่สนใจใครจะว่า แม้หล่อนจะมากกว่าสาม เรื่องดำเนินต่อไป โดยมีการแทรกฉากประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงภายในประเทศไทย ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสงครามโลก จนกระทั่งถึงสมัยที่เมืองไทยเพิ่งสิ้นยุค "จอมพลผ้าคะม้าแดง" (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์)

ชีวิตของพริ้งเป็นชีวิตที่ค่อนข้างโลดโผน มียุครุ่งเรืองสุดขีด และตกต่ำสุดขีด จนต้องยอมเป็นเมียน้อยเจ้าคุณ เพื่อหวังกอบกู้บ้าน สมบัติชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ ซึ่งติดจำนองกับเจ้าคุณ พริ้งหมดตัวเพราะสามีคนหนึ่ง ที่หล่อนทุ่มเทเพื่อให้ได้ตัวเขามา แม้กระทั่งไปแย่งมาจากเมียของเขา แต่สามีของพริ้งคนนี้ก็ผลาญจนพริ้งหมดตัวเพราะติดเล่นม้า

พริ้งโชคดีที่มีช้อย พี่สาวแท้ๆ คอยช่วยเหลือ ทุกครั้งที่พริ้งตกยากลำบาก มีเรื่องทุกข์ร้อน หล่อนก็มักจะกลับมาหา ขอความช่วยเหลือจากพี่สาวคนนี้ทุกทีไป แม้พริ้งจะผ่านชีวิตที่ทุกข์ยากบ้าง แต่พริ้งก็หาได้ซึ้งถึงสัจธรรมไม่ กลับยังตั้งหน้าตั้งตาทำบาปทำกรรม เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง คืออยากจะได้อะไร พริ้งก็ต้องเอาให้ได้ ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนเพราะตัว ผลสุดท้าย ชะตาชีวิตของพริ้งจะเป็นอย่างไร...คงบอกได้แค่ว่า กรรมเวรมีจริง สวรรค์ในอก นรกอยู่ในใจมีจริง เพราะไม่ว่าพริ้งจะมีเงินทองมากแค่ไหน แต่พริ้งก็ไม่เคยมีความสุข ไม่เคยมีชีวิตที่ราบรื่นเลย

ความจริงแล้ว พริ้งไม่ใช่คนที่มักมากในกามารมณ์ แต่หล่อนเป็นคนมีเสน่ห์ และเก่งเรื่องปรนนิบัติบนเตียง จนเป็นที่ติดตรึงใจจนยากจะถ่ายถอน (ผู้เขียนบรรยายไว้ให้รู้เป็นนัยๆนะคะ อย่าๆ ทำเพิ่งทำหน้าหื่น ไม่มีบทพิศวาสโจ่งครึ่มหรอกค่ะ อิอิ) สาเหตุที่หล่อนมีสามีคนแล้วคนเล่า ก็ด้วยว่าพริ้งเป็นคนประเภทหิวความรัก และอีกทั้งสถานการณ์ในชีวิตที่พาไป หากหล่อนรักใครหล่อนก็มอบกายถวายชีวิต แต่ถ้ารักจืดจางเป็นชิงชังแล้ว จะให้เอาชีวิตหล่อนก็ทำได้

นิยายเรื่องนี้ ตีแผ่ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งได้ดี คนอย่างพริ้ง พอมีให้เห็นอยู่ในสังคม แม้ในปัจจุบัน อ่านไปก็กลุ้มใจ ปวดหัวแทนคุณช้อย พี่สาวของพริ้ง ค่าที่หล่อนหาเรื่องมาให้ไม่รู้จักหยุดหย่อน ได้แต่เอาใจช่วยว่าเมื่อไรพริ้งจะมีดวงตาเห็นธรรมกับเขาสักที แต่ก็...เปล่าเลย หากเปรียบหล่อนเป็นบัวสี่เหล่า พริ้งคงจัดเป็นบัวที่อยู่ในโคลนตม

นอกจากเนื้อเรื่องชวนติดตาม อ่านจนวางไม่ลงแล้ว (เราใช้เวลาอ่านจริงจัง 2 วัน แบบขาดตอนไปเลี้ยงลูก ปรนนิบัติสามีบ้าง อ่านแล้วติดจนไม่อยากจะทำอะไรเลยล่ะ) ยังได้เกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ทั้งด้านการเมือง ความเป็นอยู่ แฟชั่นในสมัยนั้น และยังมีเกร็ดทางภาษา ซึ่งเป็นสำนวนภาษาของคนสมัยก่อน ผู้เขียนสอดแทรกไว้อย่างแนบเนียน จนไม่รู้สึกว่ายัดเยียด อย่างเช่น คำว่า "เซ็งลี้" ผู้เขียนกล่าวไว้ว่า คำว่าเซ็งลี้ เป็นคำฮิตในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนี้เอง ด้วยมีคนกักตุนสินค้าเอาไว้ขายเอากำไร

สำนวนภาษาของสุวรรณี สุคนธา อ่านสนุก และเล่าเรื่องในทำนองเหมือนนั่งเล่าให้ฟัง ซึ่งเข้ากับเนื้อหา และโทนของเรื่องเป็นอย่างดี ติดใจสำนวนเปรียบเปรยหลายสำนวนในหนังสือเล่มนี้ เช่น "คุณบุญช่วยทำเสียงออด เหมือนมอดกัดไม้" "หล่อนใส่เสื้อคอคว้านลึกแบบเห็นใจน้อง" เป็นต้น ยังมีที่เด็ดๆ อีกนะแต่ติดใจสองสำนวนนี้ที่สุดค่ะ

เป็นนิยายที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่ง อ่านแล้วมีอะไรติดค้างในใจชวนให้ขบคิด มีอีกข้อหนึ่งที่เห็นคือ ถึงแม้พริ้งจะจัดเป็นหญิงก๋ากั๋น ผิดวิถีสตรีไทยสมัยนั้น แต่พริ้งก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นตัวของตัวเอง มีความเป็นสตรีนิยมอยู่เหมือนกัน อย่างตอนที่คุณช้อยค่อนขอดพริ้งเรื่องมีหลายสามี พริ้งก็พูดในทำนองว่าทีผู้ชายมีเมียมาก ไม่มีใครว่า แต่ผู้หญิงพอมีมากกลับโดนติฉินนินทา

* บันทึกสำหรับตัวเอง * ข้อคิดอีกข้อหนึ่งที่เกิดกับตัวเองคือ เรื่องการมอบความรัก พริ้งเป็นคนที่ขาดความอบอุ่น หิวความรัก โดยพื้นฐาน พริ้งโตมาอย่างไม่มีพ่อแม่ฟูมฟักทนุถนอม พี่สาวคนโตที่เลี้ยงพริ้งมาก็โขกสับ ดุด่า คุณประเทียบที่เลี้ยงพริ้งมา ก็คอยบ่นคอยว่า จ้ำจี้จ้ำไชอยากให้พริ้งได้ดี ทั้งๆที่คุณประเทียบรักพริ้ง แต่ด้วยความเยาว์วัย หรือไม่มีความคิดพอพริ้งก็ไม่เข้าใจว่า นั่นคือความรัก ซึ่งเราเองเคยเห็นได้จากคนใกล้ตัว คนที่ดำเนินชีวิตผิดเพี้ยนไปเพราะโหยหาความรัก เราอ่านแล้วเรานึกถึงลูก เด็กๆ ต้องการความรัก พ่อแม่หรือใครก็ตามที่เลี้ยงดูเด็กควรใส่ใจมอบความรักให้กับลูก ไม่ให้เขารู้สึกว่าขาดจนกระทั่งโหยหา ถ้ารักก็แสดงออกว่ารัก ทำให้เขารู้ว่ารัก ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขเป็นสิ่งหล่อเลี้ยง และหล่อหลอมคนตั้งแต่เยาว์วัย หากทำได้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการหล่อหลอมคนให้เติบโตมาแบบพริ้ง



สั่งซื้อ :
เลือก สินค้า จำนวน
ไม่สกืนแผ่น (3แผ่น) ราคา฿75 ชุด
สกีนแผ่น (3แผ่น) ราคา฿0 ชุด
BOXSET (3แผ่น) ราคา฿0 ชุด





05-08-2013 Views: 28033

หมวดสินค้า: ละครไทยเก่า




หน้าแรก   |  วิธีการสั่งซื้อ   |  พัสดุตีคืนร้าน(ติดต่อรับสินค้าคืนด้วยค่ะ)   |  แจ้งโอนเงิน   |  ติดต่อเรา   |  อ่านก่อนสั่งซื้อ   |  รูปแบบสินค้า |Admin

Copyright©2014 bkkdrama.com / Email: